22 ottobre
เดิมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก่อนอยู่แล้ว ทั้งหนังสือวิชาการเทคโนโลยี และนวนิยายตื่นเต้นลึกลับต่าง ๆ
หนึ่งในบรรดานวนิยาที่ ติดอกติดใจที่สุดคือเรื่องเพชรพระอุมา เพราะเป็นเรื่องที่ตื่นเต้น น่าติดตาม และที่สำคัญยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา 48 เล่ม(สมัยผมยังเด็ก ๆ อยู่นะครับ จำได้ว่าเริ่มอ่านประมาณ 2535) และอ่านต่อมา อ่านแล้วอ่านอีก ไม่รุ้กี่รอบ ต่อกี่รอบไม่รู้เบื่อ ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งได้แง่คิดอะไรมากมาย และยิ่งมีความกระตือรือร้นที่จะค้นหาที่มาของนวนิยายเรื่องเยี่ยมนี้ และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของที่มาที่เกี่ยวข้องกัน นั่นคือลายแทงแห่งเพชรพระอุมา
เรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี้ เป็นเรื่องจริงที่คุณอ่านแล้วอาจไม่เชื่อ มันเกิดขึ้นสิบปีมาแล้ว เมื่อฉันได้รับลายแทงทิเบตโบราณแปลเป็นภาษาอังกฤษ ใจความว่า
"เหล่ามาโมและดาขินี จะถูกปลุกขึ้นมาด้วยความโกรธ สถานการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้นในโลก ยามนั้นทิเบตจะไม่รู้จักความสงบสุข เหมือนดั่งเผาไหม้อยู่ในกระทะเวตาล
ยามสงครามมาถึง ผู้คนอดอยาก โรคภัยระบาดไปทั่ว จะเป็นคราวที่ต้องเดินทางไปสู่สถานเร้นลับทั้งหลายของ องค์ปัทมาสัมภาวะ บางแห่งจะปลอดภัยไปหลายเดือน บางแห่งปลอดภัยไปหลายปี และบางแห่งปลอดภัยชั่วนิรันดร์กาล
อี มา โฮ ! ปวงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ปวงดินแดนแห่งศูนย์รวมทั้งหลาย ปวงแหล่งน้ำแหล่งธัญญาหารทั้งหลาย ปวงอาศรมและสุสานทั้งหลาย ทั้งหมดนี้ สถานที่อันวิเศษสุดคือดินแดนแห่งองค์วัชรโยคีนี เป็นสุดยอดแห่งอาศรมสุสานและศูนย์รวมนัดพบ เป็นแดนสวรรค์บนโลก นี่คือเพมาโค
จากกรุงลาซาไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางสองริมฝั่งแม่น้ำโลหิตะ คือดินแดนแห่งความสุขบริบูรณ์ รูปร่างเป็นดั่งกายองค์วัชรโยคีนี
เศียรนางคือเขากายาลาปาลรี เป็นมงกุฎจักราแห่งความสงบสุขบริบูรณ์
จุดตัดกับแดนพื้นล่างมีหินผลึก เป็นที่รวมนัดพบของปวงดาขินี เลือดหัวใจนางคือ 'ทะเลสาบน้ำนม' เป็นแก่นกลางของหัวใจนาง
นมข้างขวาคือเขาหัวม้า เรียกว่านามจักบารวา - 'เขาเหล็กฟ้าลุกไฟ'
นมข้างซ้ายเรียกว่าซุมเชนพักโมดอง - 'เขาหัวหมูยิ้มอันยิ่งใหญ่'
สถานที่ลับของนางคือกามาจักรา เป็นผาหินเรียกว่า 'ธงชัยแห่งธรรมะดาธุ' มีน้ำหวานแห่งรักตาไหลตกลงมา
จากจุดนี้ มองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือคือดินแดนแห่งสายรุ้ง มีหุบใหญ่สามหุบ มองไปทางตะวันออกเฉียงใต้คือ 'แดนเพิ่มพูนคุณภาพและอธิษฐานอันเป็นจริง' มีทรัพย์สมบัติมากมายซ่อนอยู่ในบริเวณนี้
ถ้าเดินทางขึ้นทวนลำน้ำลับของนาง จะพบหุบสามหุบ ณ หุบที่สามไปทางขวามีทางลับ จากเส้นทางนี้ไปทิศตะวันออกเฉียงใต้มีป่าใหญ่ มีเขาหินใหญ่เป็นร่างงูพิษ บนยอดเขามีรอยเท้าคุรุรินพอเช่ จุดสังเกตนี้ไม่ควรจะเปลี่ยนแปรไปเป็นอื่น
จากนี้ ถ้าเดินทวนลำน้ำมุ่งหน้าทางตะวันออกไป ๒ วัน จะพบที่ลับสุดยอด แดนนี้เรียกว่าซาเลนดรา ครอบครัว ๓๐๐ ครอบครัวอาศัยอยู่ที่นี่ได้
จากนี้ไปทางซ้ายหลังเขาด้านตะวันออก มีป่าใหญ่เรียกว่าซูวานา มีหุบใหญ่สองหุบ และหุบย่อยอีกมากมาย
เหมาะสำหรับครอบครัว ๕๐๐ ครอบครัว ถ้าข้ามน้ำและเดินป่าต่อไปอีกหลายวันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะพบเขาชื่อว่า
เพมาเชลริ นี่คือใจกลางของเพมาโค เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า 'สถูปบรรเจิดในร่างกองข้าว' เป็นเขามีหิมะปกคลุม แลดูราวกับก่อมันดาลาขึ้นมา สูงเด่น จับแสงเจิดจ้า
ที่นี่มีหุบใหญ่ ๑๘ หุบ และหุบย่อยอีกมากมาย บ้างเชื่อมต่อกับขุนเขานี้ บ้างไม่เชื่อม ประชากรถึงสองในสาม
ของโลกสามารถอาศัยรวมกันอยู่ในแดนนี้ได้ เป็นรูปร่างดอกบัวพันกลีบ นี่คือศาลาใหญ่ที่จะปกป้องเราจากมารผู้บุกรุก
นี่คือพลังที่จะผลักดันความอดอยาก โรคภัย และสงครามออกไป นี่คืออาวุธที่จะกำจัดต้นเหตุแห่งความชั่ว
แดนทั้งหมดนี้ ห้อมล้อมด้วยหุบวงนอก ๑๐๘ หุบ มีเจ้าที่ผู้ปกป้องทางธรรมดูแลอยู่ สถานที่เหล่านี้มีพลังโมหันธ์
เต็มไปด้วยภัยอันตราย ผู้ใดไม่ระวังฝึกหัดปฏิบัติ รู้จักปัดเป่าพลังโกรธนี้ลงได้ ผู้นั้นอาจถึงแก่ชีวิต นี่เป็นการทดสอบพลังแห่งสติสัมปชัญญะ เจ้าที่จะช่วยผู้ปฏิบัติธรรมอันบริสุทธิ์ และลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์
ณ ดินแดนแห่งนี้ มีสัมพันติแห่งศรัทธา และมนต์มืดมากมาย
ณ ใจกลางแดนเพมาโค มีพืชอมฤตห้าชนิด
พืชแห่งปาฏิหาริย์ ใครผู้ใดกินจะปลอดสิ้นจากโรคภัย ไข้เจ็บ และมีพลังมหัศจรรย์ กลับอ่อนวัย เหาะเหินไปได้บนฟ้า ถึงสวรรค์ชั้นบน โดยวิญญาณไม่ต้องออกจากร่าง
พืชแห่งความสุขบริบูรณ์ ใครผู้ใดกิน แม้เป็นคนแก่เฒ่า ก็จะกลับอ่อนวัย มีอายุขัยถึงพันปี และมีความสุขบริบูรณ์ไม่หมดสิ้น
พืชแห่งความบริสุทธิ์ ใครผู้ใดกิน จะหมดราคินในทุกสิ่ง ความคิดหลงผิดทั้ง ๘๐ จะกลับสะอาดผ่องแผ้ว จะระลึกชาติได้
และพืชชนิดหนึ่งเรียกว่า 'ตัดกิเลส' เพราะหากผู้ใดกิน ปมกิเลสต่างๆ จะคลี่คลาย เปิดช่องให้และเห็นเช่น
พุทธองค์ จะลืมนึกถึงอาหาร สมาธิต่างๆ จะฟื้นขึ้น และจะได้ยินเสียงพรหม
พืชทั้งห้านี้ ขึ้นห่างจากเขาหินผลึกเป็นระยะทาง ๕ นยางตก ๗ นยางตก ๑๒ นยางตก ๑๐ นยางตก
และ ๒๐ นยางตก
ในดินแดนทั้งหมดนี้ ข้าปัทมาสัมภาวะ ได้พำนักอยู่เป็นเวลา ๓ ปี ๔ เดือน และ ๓ วัน ที่นี่ คือสถานที่ซึ่งมันดาราวากลายร่างเป็นสายรุ้งแห่งนิรันดร์กาล คือสถานที่ซึ่ง เยชี ทซอกายาล ได้นิพพาน คือสถานที่แห่งความมหัศจรรย์ สัมมายะ กายะ กายะ กายะ"
หาอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.sarakadee.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=187
|
 |
19 ottobre
ทำไมผู้ชายถึงไม่เข้าใจผู้หญิง ทำไมความเป็นจริงถึงต้องขัดแย้งกัน
ง่าย ๆ คิดตามประสาผู้ชาย(เห็นแก่ตัว) ผู้ชาย(มันมักจะอ้างว่า ส่วนใหญ่)ต้องการคนที่จะอยู่ด้วยกัน เข้าใจกัน แค่ให้เธอเดินไปไหน ทำอะไรร่วมกับฉันได้โดยที่เธอไม่โวยวาย วี๊ดว๊าย ให้ประสาทเสีย ไม่คอยมาจู้จี้จุกจิกกับชีวิตฉันให้เกินกว่าที่ฉันอยากให้เธอทำให้ แค่เธอเข้าใจและอยู่เคียงข้างฉันได้ แค่นี้ฉันก็พอใจมากแล้ว
นี่คือเสี้ยงเสี้ยวเล็ก ๆ จากผู้ชาย ที่อยากให้เธอใช้ชีวิตร่วมกัน
แล้วเสียงจากผู้หญิงบ้างละ
ฉันเพียงต้องการให้เธอเอาใจฉันบ้าง เทคแคร์ฉันบ้าง ให้ความสำคัญกับฉัน ให้เหมือนกับว่าฉันนั้นช่างบอบบางเสียนี่กระไร ฉันจะกินอะไร ดื่มอะไร เวลาไหน ที่ไหนที่ฉันอยากไป เธอต้องตามใจฉัน ไม่ใช่ลากฉันไปในที่ที่เธออยากไป ทำอะไรโหด ๆ แบบที่เธออยากทำ เล่นบอลบ้างละ เล่นกะหมาบ้างละ บ้ารดน้ำพรวนดินปลูกต้นไม้ ปีนเขา เข้าถ้ำ เธอคิดว่าฉันชอบนักหรือ
ทำไมเธอไม่เดินห้าง เข้าร้านขายเสื้อผ้า เลือกซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ น้ำหอมดี ๆ ให้กับฉันบ้าง ฉันแต่งหน้าจัดไป เธอก็ไม่ชอบ ไม่แต่ก็ว่าหน้ายังกะศพ
มีบ้างครั้งที่เธอเอ่ยปากชวนฉันไปดูหนังด้วยกัน ก็นึกว่าเธอจะพาฉันไปดูหนักรักโรแมนติก หรือ comady ที่ไหนได้ เธอลากฉันไปดู scifire, Hirror
เฮ้ย มิน่าละ เราถึงไปกันไม่ได้
(เพราะ ผู้ชายต้องการคนที่จะอยู่ด้วยกัน ผู้หญิงต้องการคนที่จะเอาใจ)
|
 |