HATATAI 的个人资料จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน照片日志列表更多 工具 帮助
5月25日

11Apr2009 กัวลาลัมเปอร์

บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยวครั้งใหญ่ เพื่อไปให้ถึง ซึ่งยอดคินาบาลู เป็นการเดินทางออกต่างประเทศครั้งที่2 และใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 10 วัน ตระเวนไปตามรัฐต่าง ๆ ของมาเลเซีย แวะเที่ยวเมืองเทคโนโลยี สิงคโปร์ การเดินทางครั้งนี้เริ่มขึ้นแบบง่าย ๆ จากการคุย MSN และถามกันสั้นๆ "ไปเดินป่าคินาบาลู ไปไหม" "ไป" คำตอบใจง่ายพอๆ กัน แบบไม่สอบถามรายละเอียดอะไรเลย(ผลักภาระให้คนชวนไปจัดการมาเอง) หลังจาก ค่อยๆ ทยอยเก็บเงิน ครั้งละ ไม่กี่พัน ตั้งแต่ปลายปี 2551 เมื่อใกล้ถึงเวลาเดินทาง เราก็มีเงินกองกาง เกือบคนละ 12,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายในการจองที่พัก และการเดินทาง ส่วนเรื่องอาหารการกิน อีกคนละประมาณ 8,000 บาท ให้แลกเงินไปกันเอง เพื่อสะดวกในการใช้จ่าย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย นัดหายการเดินทางวันที่ 10 เมษายน 2552 กลุ่มที่1 มีสมาชิก 4 คนออกเดินทางไปก่อนแล้ว ตอนบ่ายสอง กลุ่มที่2 มีสมาชิก 4 คนออกเดินทาง 17.20 น. เวลาประเทศไทย

เราใช้บริการ Air Asia หลังจากที่ผมลางานครึ่งวันเพื่อมา Check in ให้ทัน (อิจฉาข้าราชการที่ประกาศเป็นวันหยุด) แล้วเรื่องตื่นเต้นก็เกิดขึ้น....หลังจากที่เข้าคิวรออยู่ เกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงคิวเรา check in พอส่งกระดาษที่ print ไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ..... "สักครู่นะค่ะ...ระบบมันช้า" ....สักครู่ให้หลัง "ขอโทษนะค่ะ Server ล่ม รอหน่อยนะค่ะ" ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...ระบบยังใช้งานไม่ได้ "ขอโทษนะค่ะ...ต้องไป check manual ที่ช่องบริการ 2 ค่ะ"...แป่ว....ขึ้นเครื่องครั้งแรกของเจ้าหวาน 5555 แล้วสุดท้ายเราได้ตั๋ว...ซะที ไปถึง KL เราเข้าที่พักกันก่อนเลย...ไปถึงชุดก่อนรออยู่แล้วอะ เก็บของเสร็จออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า ------- 11Apr2009 เช้านี้เราเริ่มกันที่...แวะชมมัดยิส เที่ยวเล่นเครื่องเล่นที่ GENTING ใครชอบอะไรเล่นอะไร ดูในภาพเอานะ และปิดท้ายยามค่ำคืนด้วย การไปถ่ายไฟ KL Tower และ Twin Tower เป็นวันที่ท่องเที่ยวคุ้มจริง ๆ

ภาพเพิ่มเติม

GETING Malasia
Twin tower,KL Tower
1月28日

"ทำไมน้า ทำไม ทำไมถึงไม่เคยมีใครเข้าใจเราเลย"

หนึ่งประโยค ที่หวังให้สักคนบนโลกเข้าใจ

"ทำไมน้า ทำไม ทำไมถึงไม่เคยมีใครเข้าใจเราเลย"

ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไม ในบางครั้ง  ผมก็ต้องเฝ้าถามตัวเอง เหมือนที่เคยได้ยินคนอื่น พูดให้เข้าหู
ดูเหมือนเราก็จะเป็นคนอ่อนไหว ไม่ใช่น้อย
 
จนวันเวลาผ่านไป เรากลับ ได้ยิน  ประโยคนี้ จากคนอื่นที่พูดให้เข้าหูบ้าง แหม คำพูดมันช่าง น้อยใจ เสียนี่กระไร
 
แต่...ไม่ต้องรีบตัดสินไป ผมไม่ได้เห็นใจ เหมือนที่ใครๆ คิดหรอกนะ
เพียงแต่ คิดว่า แล้วคุณ(คนที่ปรารภ)นั่นนะ เข้าใจใครสักคนในโลกบ้างหรือยัง หรือกระทั่งตัวคุณเอง คนก็ยังไม่เข้าใจ
แล้วอย่างนี้ คุณจะหวังให้ใคร มาเข้าใจได้ละ
 
ที่ว่ามาอย่างนี้ใช่ว่าผมไม่เคยเป็น...
แน่นอนคนเราไม่เคยเจอไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้น รู้ไว้ ว่าผมก็เคยเป็น...เช่นกัน
 
จน...ถึงคืนและวัน ที่ผมนั้นให้โอกาส เข้าใจตัวเอง
....อย่า...อย่าเพิ่งชื่นชม การที่คนเราคิดว่าเข้าใจตัวเอง มันไม่ได้เป็นด้านดีทั้ง 100 หรอกนะ มันก็หมิ่นแหม่อยู่ระว่าง รู้จักตัวเอง กับหลงตัวเอง
และ เป็นตัวของตัวเอง กับ บ้า
ซึ่ง ผมบอกได้เลยว่า ผมนั้น บ้า ๑๐๐๐ % ไม่งั้นไม่มา เขียนซะขนาดนี้
 
รำพันก็พอประมาณ  มากไป จะเสียงาน เสียการณ์ ตอนนี้ กลับบ้านนอนก่อนนะ
 
เพ้อเจ้อโดย Phoenix(27-1-2008 9:54 pm ณ บางไทร)
12月28日

ฝากใจไปบ้าน

หลาย หลายปีผ่าน ไม่ได้กลับ้านหัวใจคำหนึ่ง
คล้ายเสียงเพงผ่าน แว่วมาจากบ้านสายลมลำพึง
สู่ใจของของใครคนหนึ่ง ซึ่งจากมาไกลไม่ได้กลับคืน
 
ข่าวคราวนั้นน่าเป็นห่วง  เจ้าดอกยาร่วงถูกใครใส่ฟืน
 
*บินหลาเอ๋ยไม่เคยบินลับบินหาย
รถไฟสายใต้ฝากใจเราไปด้วยเอ่ย
 
**คิดถึงวันเก่า
มาจากวัยเยาว์หัวใจยินดี
นกเขาขันคู เอากลิ่นบูดูสันกาลาคีรี
บ่านนี้เจ้าเป็นอย่างไร ได้หลับบ้านไหมแม่น้ำตานี
ข่าวคราวนั้นน่าเป็นห่วงแม่ดอกยาร่วงถูกใครอุ้มหนี
 
 
*,**
 
ฮารีรายอ ประโน้ม
ปีนี้รื่นเริงเหลยหมาย
เสื้อสีสวย ๆ  เคยใส
หนมโค หนุมไข เคยหรอย
หรือไม่ค่อยหรอยสักเท่าไหร่
ลูกหลานจากไปไม่กลับมา
ตากใบสายน้ำ หนองปลา ออกอวนหล่าย่า ว้าแหว่ใจ
 
(*)
***บินหลาเอ่ย ไม่เคยบินลับ บินหนี
บอกใครเขาที อย่าพรากลูกเราไปเลย
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุซา ปีเต๊ะกุซา
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุซา ปีเต๊ะกุซา
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุฮอ กาเซะกุฮอ
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุฮอ ปีเต๊ะกุซา
 
(*,***)
 
 
.....
 
 
 
สงขลา.plp_Page10
ด้วยความคิดถึง  พรุ่งนี้จะถึงไปแล้วนะ ปู่ทวดจ๋า ลูกหลานกลับมาแล้ว
 
 
 
12月6日

คบกันเพราะหน้าตา เลิกลาเพราะนิสัย

ปัจจุบัน รู้สึกว่า การคบหนาดูใจกันนั้น จะมาจากหน้าตา หรือที่เรียกกันว่า First Contact นั่นแหละ
ว่าง่าย ๆ คือ เดี๋ยวนี้เรามีการพิจรณาอะไร ด้วยข้อมูลเพียงด้านเดียว และเวลาที่จำกัด
...
...
แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เรียนรู้นิสัย ซึ่งอาจจะเป็น Real Image  แล้วเรารับไม่ได้  ก็ต้องเลิกลากันไป
เช่น คนชอบคำหวาน
มักจะถูกใจหรือประทับใจ คนที่พูดจาน่าฟัง  แล้วก็ทึกทักว่า เค้ารู้สึกพิเศษกับเรา
....เมื่อเวลาผ่านไป
เขาก็ยงคงพูจาภาษาดอกไม้ ให้เราฟัง   แค่เรากลับรับไม่ได้ที่เขาไปใช้กับใครต่อใครอีก ทั้งๆ ที่ เขาก็เป็นอย่างนี้แล
 
หรือ คนที่พูดน้อย
เรารู้สึกพอใจที่เค้าไม่จู้จี้จุกจิกกับชีวิตของเรา
...เมื่อเวลาผ่านไป
เรารู้สึกไม่พอใจ ที่เขาไม่สนใจเรา
เราไม่พอใจ ที่มีอะไรเขาก็ไม่บอกเรา
เราไม่พอใจ ที่เหมือนจะทำอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองเลย
 
อย่างนี้เป็นต้น
ถามว่า มันเป็นเรื่องของหน้าตาทั้งหมดเหรอ......คำตอบคือไม่ใช่
แต่เป็นการใช้ fiest contact ตัดสินคนเร็วเกินไป โดยไม่ได้เข้าใจมากพอ
 
น่าเสียดาย น่าเสียดายอย่างยิ่ง
 
เพ้อเจ้อโดย Phoenix(6 Dec 07)
9月26日

เรื่อง ถ้วยกาแฟ

ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพมีชื่อเสียงในวงสังคมตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่นยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ


เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่าจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ

หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย

เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า

" อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ" บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้

เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า
" ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ "
" สังเกตุกันรึเปล่า.... ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก "
" เป็นเรื่องปกติ...ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต"

" ความจริงวันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการแท้จริงคือกาแฟ ไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย

หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง....การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ "

" ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง....ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต"
 

8月21日

คำพูดบาดใจ

1. คำพูดบาดใจ
-มาตรฐานของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ใช้ได้กับทุกคน
-เรื่องดีในสังคมใช่ดีกับทุกคน
-คนดีของแต่ละสังคม ไม่ใช่คนคนเดียวกัน บรรทัดฐานการตัดสินย่อมมีแตกต่าง
 
2.คำถามทำร้ายจิตใจ
-เมื่อไหร่จะทำตัวให้ดูดีบ้าง
(ในเมื่อไม่เคยรู้สึกว่าเราดูดีเลย แล้วมาคบกันทำไม ถามแบบนี้หมายความว่าไง หมายความว่าเจอคนไม่ดีกว่า หรือว่ารู้ตัวแล้วว่า เราไม่ใช่
 
3.คำถามสร้างความหายนะ
-ถ้าเลิกคบกันคงจะดีใจมากสินะ
อันดับต้นๆ ของคำถามสร้างความร้าวฉาน ทำไมต้องถามกันว่าถ้าเลิกไปจะดีใจขนาดไหน ที่ถามนะเพราะคิดจะเลิกอยู่ใช่ไหม โดยส่วนตัวรู้สึกว่าคำถามนี้ไม่น่าจะถาม เพราะคนถูกถามตอบลำบาก ตอบอย่างไรก็ไม่ถูกใจคนถาม (เพราะคนถามคำถามนี้เริ่มไม่ยอมรับความจริงซะแล้ว
 
--ใครมีคำพูดคำคบอะไร เสียแทงจิตใจ อยากแบ่งปัน มาเขียนต่อกันให้มันเน่าแฟะได้เลย--
1月19日

เหงาจัง....

เหงา....วุ่นวายใจ
นานแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับชีวิต
วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไม เราถึงรู้สึกเหนื่อยหน่าย เหงาได้มากมายขนาดนี้
 
ไม่อยากเชื่อเลยว่า เราก็มีวันนี้
 
นานแค่ไหนที่ไม่มีใครเคียงข้าง เรากลับยังสนุกบนเส้นทางที่ผ่านไป แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น
ทำไมถึงเหงาใจ อยากมีใครเคียงข้าง 
ความอ้างว้างที่ผ่านมา หรือใจยังไม่ยอมชาชิน
 
ลมหนาว พัดผ่าน
สารธาร  ไหลริน
ดอกไม้  โชยกลิ่น
ภุมริน    บินร่อน
นกน้อย  เกาะคอน..นอนหนาว
เดือนดาว  ระยับฟ้า นภาไสว
หนึ่งคน  เหงาใจ....เดียวดาย
             19 jan 07
 
 
12月8日

89.5 FMmax


ทะลองให้น้องๆ พี่ ๆ ได้ปวดหัวกัน
5月29日

จะรักต้องรู้จักปล่อยวาง

ปล่อยให้คนอื่นคว้าไปครอง
3月21日

บทความดี ๆ ที่เพื่อน ๆ ส่งผ่านมา

>>ไปอ่านบทความ จากนิตยสาร ฉบับหนึ่งเห็นว่าเขียนได้ตรงใจมาก

>>

ก็เลยวานลูกน้องช่วยพิมพ์เก็บไว้ ในคอมฯ พึ่งมาเปิดเจอ เลยจำไม่ได้

>>

ว่าท่านใดเป็น ผู้เขียน..ต้องขออภัยท่านผู้เขียนด้วย ที่ไม่ได้เอ่ยเพื่อ

>>credit

ในฐานะผู้ชายดีๆ

ที่หายากคนหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆ ครับ

ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้ง

หลายช่างสั้นยิ่งนัก

เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาว เริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี

แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ

วันเกิดครบรอบ 30

จึงเป็นตัวเลขแห่งความสะเทือนขวัญ

ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

หลาย

คนไม่อยากพูดถึง

คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง

ยกเว้นพวกมีวาจาเป็น

อาวุธที่ชอบถามว่า

ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด เฉลย ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มีผัว

ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา

คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า

อย่าริรักในวัยเรียน “ “ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน

ทั้งๆ

ที่ไอ้ตอนเรียนหนังสือมี

โอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตา

ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท

รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน

ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา…เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา

เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

หลังจบการศึกษา

ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง เลือกสรร -

ควานหา”

ผู้จะมา เป็นเจ้าบ่าวในอนาคต ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟน

หนุ่มประเภทซูเปอร์เพอร์เฟค

อย่างวิลลี่

แมคอินทอท หรือ จอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ

ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม

หล่อล่ำดำขรึม ถึงจะได้มาตรฐาน ไอ้ประเภท หุ่นอัฟริกา

หน้าติมอร์

อย่าได้สเออะหน้ามาให้เห็น

ไม่มีทางได้แอ้มหรอก

จากวันเป็นเดือน

- จากเดือนเป็นปี

ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลาผ่านไป

เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่

5 คน

เจ้านายก็มีเมียแล้ว…

ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม

สองคนดันเป็นเกย์…

อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า

คนสุดท้ายเป็นชายแท้

แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่

ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม…

นั่งรถมาทำงาน

ก็สองชั่วโมงครึ่ง กลับอีกสองชั่วโมง สี่สิบนาที

กลับถึงบ้านหมดสิ้นกำลัง

ขอนอนเอาแรงก่อน

ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ

สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม

เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ

ที่เขาเคยอุตส่าห์

มาเฝ้าตามจีบ

ตามง้อตามตื้อ แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว

ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท

เป็นที่ เรียบร้อย

แหม

! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง…ตื่นพอดี เจอโลกแห่งความจริง

ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน

ยิ่งเข้าหน้าหนาว ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จาก เพื่อนๆ

เริ่มทยอยมา

ตามหลังซอง กฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมดฤดูกาล พอไปในงาน

ดันเจอคำถามสะกิดใจ

ว่า

เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ”...

โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว

เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร

เพราะครั้งนี้

เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่

ยังงงๆ เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย”

เอ๊ะ…เกี่ยวอะไรกัน

!…ในใจก็คิดว่า ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง

หนักกระบาลใครรึเปล่า”

เคยตั้งคำ

ถามกันไหม…ว่าทำไมต้องแต่งงาน

(กันด้วย!)

คำตอบจากเพื่อนๆ

ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย

อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา “ … รายนี้เห็นผู้ชาย

เป็นตัวคลายเหงา

รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน) “ … ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า

อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ ... เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ

โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ”… เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุน ฯลฯ

อันว่า

ชีวิตคู่ อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?

ชีวิตคู่

คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว

ครึ่งหนึ่งของ

ชีวิตเราจะหายไป

ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น

ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย

ก็มิได้สูญ

สลายไปไหน

มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง

จุดมุ่งหมายของการแต่งงานคือ

การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว

ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว

มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน

ก็ไม่รู้ว่า

จะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน…

อยู่คนเดียวมันส์กว่า

ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน

ความก้าวหน้าของสามี ภรรยาต้องมีส่วน

อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน

ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี

ในทางโลกก็เจริญในทางธรรม

กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน

อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม…

ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ

ติดเหล้า เล่นการพนัน

โกงบ้านกินเมือง

ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตก

นรกทั้งเป็น

เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน

แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา

ฐานะการเงิน

ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ

เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย

คือ

หนึ่ง

- สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด

สอง

- คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า

เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน

หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม

เพิ่มความเสียว

เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้

ไม่ง้อใครให้เสียเวลา

ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ

ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด

ถือคติประจำใจว่า

"อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว "
2月23日

"อะไรสำคัญที่สุด"

< ถ้า A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z มีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 แล้วจะพบว่า.........

1). H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98% HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %

2). K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96% KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %

3). L+O+V+E=12+15+22+5=54% LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %

4). L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47% LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ 47 %

Q ; ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!! แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %

- ใช่เงินหรือเปล่า ?……… ..... ไม่ใช่ !!!!!

- ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ?………ไม่ใช่ !!!!!

Q ; แล้วอะไรล่ะ ? Ans. ; A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100% ATTITUDE หรือทัศนคติ นั่นเอง ที่มีค่าเท่ากับ 100 % ท่

านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ?!?!?!?! ทุกปัญหามีทางออก . . . บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน “ทัศนคติ” ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง มีเพียงแต่ “ทัศนคติ” ของเราเท่านั้น ที่จะเป็นตัวนำทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและงานที่ทำ

2月21日

แด่ . . . คนที่รักแฟนมากกว่าพ่อแม่

ข้อมูลจาก Forward Mail

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

. . . หลังวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป

“กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก"

สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผม

เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของวันนี้

. . . ก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ผมเดินออกจากบ้าน

ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม

เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม

ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ

หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว

ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ

โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

แต่แล้ว!!

ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด

"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที

"ไอ้เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"

"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน"

พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา

ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า

"พ่อขอโทษ มานี่ . . . " พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า

"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร

ไม่ยอมลงจากบ้าน

เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้าใคร

หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา

ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

. . . 14 กุมภาพันธ์

ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ

ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ

เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน

ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม

ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

"พ่อ ผมอยากขอโทษครับ"

พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล

แม่วิ่งมากอดผม "พ่อเสียแล้วนะ"

ผมอึ้ง!!

แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า

พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ

รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออกมา พ่อมองไม่เห็น

"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "

"ทำไมล่ะครับ"

"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง!

"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก

ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน

พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว

พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก

แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำดีที่สุดแล้ว"

ผมกอดแม่ ร้องไห้

วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

"พ่อครับ ผมขอโทษ . . . "

2月20日

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย

กรุ๊ป เอ คุณเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ทำอะไรคิดรอบคอบ เป็นผู้ฟังที่ดีและไม่ชอบเถียงใครให้วุ่นวาย มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบดูแลเอาใจใส่คนอื่น แต่คุณเป็นคนดื้อเงียบและมีความเชื่อมั่นใจตัวเองสูง (จนบางครั้งไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น) ข้อเสียคือคุณเป็นคนคิดมากและลืมอะไรได้ยาก ด้านความรัก ไม่ค่อยกล้าแสดงความรู้สึกจะรักใครใช้เวลาในการตัดสินใจ แต่รักใครแล้วรักจริงนะ

 

กรุ๊ป บี คุณเป็นคนสนุกสนานร่าเริงมีเสน่ห์ใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ช่างจินตนาการและสร้างสรรค์ ไม่ชอบตามอย่างใคร อีกทั้งไม่ชอบความเป็นระเบียบแบบแผน ข้อเสียคือ คุณเป็นคนอารมณ์ร้อน ทำอะไรไม่ค่อยคิดสักเท่าไหร่ อาจทำให้ต้องมานั่งเสียใจได้ ด้านความรัก หากสนใจใครมักเชื่อมความสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจจะแผ่วลงภายหลัง ค่อนข้างเอาแต่ใจและไม่ชอบการผูกมัด

 

กรุ๊ป โอ คุณเป็นคนมาดขรึมแต่สุภาพอ่อนโยน มีเสน่ห์ลึก ๆ มีเหตุผลและจริงจังกับชีวิต นิสัยตรงไปตรงมา ไม่ชอบทำอะไรไร้สาระ ทำอะไรเป็นระเบียบแบบแผนและต้องทำให้สำเร็จตามที่กำหนด อีกทั้งยังไม่ค่อยยอมแพ้ใคร ข้อเสียคือ คุณเป็นคนอ่อนไหวง่ายและบางครั้งจริงจังกับชีวิตเกินไป ด้านความรัก เป็นคนจริงจังกับความรักมาก หากรักใครก็จะแสดงออกกับเขาตรง ๆ และถ้ามีอุปสรรคจะสู้ไม่ถอยเลยทีเดียว

 

กรุ๊ป เอบี  คุณเป็นคนอ่อนโยนน่าหลงใหล ใครเข้าใกล้เป็นต้องละลาย เป็นคนมีเหตุผล (ส่วนตัว) ชอบเป็นฝ่ายฟังมากกว่าพูดและไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้ง ค่อนข้างใจเย็น อีกทั้งยังสามารถระงับสติอารมณ์ของตัวเองได้ ข้อเสียคือเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย จิตใจไม่ค่อยมั่นคง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ด้านความรัก มักไม่เป็นฝ่ายเข้าหาก่อน รูปแบบความรักเรียบง่าย ขอเพียงแค่เข้าใจกันและกันเท่านั้น แต่ไม่ชอบการถูกบีบบังคับ

2月10日

Talking about ผู้ ห ญิ ง ก็ เ ห มื อ น แ อ ป เ ปิ้ ล✩ ۰·゚ บทความน่าอ่าน ที่เพื่อน ๆ เขียนไว้

 

Quote

ผู้ ห ญิ ง ก็ เ ห มื อ น แ อ ป เ ปิ้ ล✩ ۰·゚

 เ ด็ ก เ ก็ บ ก  ด

❤Candy所屬❤

เ ศ ร้ า จั ง วั น นี้       อ อ ส  ซี่ ฝ น ต ก ทั้ ง วั น   เ ห็ น แ ล้ ว  s a d   หั ว จั ย เ จ ง ง


คิ ด ถึ ง เ มื อ ง ไ ท ย   คิ ด ถึ ง เ พื่ อ น น น   จ า ง ง เ ล ย  เ ก็ บ ก ด ใ น ห้ อ ง 

 
เ ล่ น  ค อ ม ทั้ ง วั น   นั่ ง ทำ เ ป ซ ดี จั ย เ พื่ อ น ๆ ๆ ม า เ ม้ น กั น เ ย อ ะ กำ ลั ง


จ ะ ห า เ พ ล ง เ พ ร า ะ ๆ ๆ ม า ล ง ส เ ป ซ ใ ห ม่ อ ยู่     ข อ บ คุ ณ ทุ ก ค น ที่ ม า


เ ม้ น น้ า   จ ะ พ ย า ย า ม ห า ส า  ร ะ ๆ ๆ ม า ล ง ส เ ป ซ สั ก ก่ า ห น่ อ ย

 

 

 ผู้ ห ญิ ง ก็ เ ห มื อ น แ อ ป เ ปิ้ ล บ น ต้ น ไ ม้ นั่ น แ ห ล ะ  
ลู ก ที่ ดี ที่ สุ ด จ ะ อ ยู่ สู ง ที่ สุ ด  

 พ ว ก ผู้ ช า ย ที่ ไ ม่ อ ย า ก
ห ยิ บ ลู ก ดี ๆ ก็ เ พ ร า ะ ก ลั ว จ ะ ต ก แ ล ะ เ จ็ บ ตั ว  
ก็ เ ล ย หั น ม า เ ก็ บ ลู ก เ น่ า ๆ ที่

 ห ล่ น อ ยู่ บ น พื้ น แ ท น  
 ไ ม่ ดี แ ต่ ง่ า ย แ อ ป เ ปิ้ ล สู ง ส่ ง ด้ า น บ น ก็ เ ล ย คิ ด
ว่ า ชั้ น มี อ ะ ไ ร ไ ม่ ดี เ ห ร อ ใ น

 ข ณ ะ ที่ ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง แ ล้ ว
พ ว ก ห ล่ อ น อ อ ก จ ะ ดี    เ ลิ ศ ก็

แ ค่ ต้ อ ง ร อ ค อ ย  
ผู้ ช า ย ที่ ใ ช่ เ ท่า นั้ น แ ห ล ะ 

ใ ค ร ค น นั้ น ที่ ก ล้ า พ อ
จ ะ ปี น สู่ ย อ ด ไ ม้ ม า เ ก็ บ เ ร า ไ ป   ส า ว โ ส ด ทั้ ง ห ล า ย
 เ ธ อ น่ ะ เ ป็ น แ อ ป เ ปิ้ ล ที่ ดี ต่ า ง ห า ก 
 ( ไ ม่ ใ ช่ ไ ม่ มี ใ ค ร เ อ า )

                                     hello.gif

1月27日

คนที่หายไป

... คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์ แม้ว่าคุณจะไม่เหลือใครเลย ไม่ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด ถึงไหนถึงกัน .. เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ บ้าๆ บอๆ ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ โครงการณ์ร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน .. คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่ มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ คนที่คุณคอยเล่าพฤติกรรมแปลกของมัน ให้คนอื่นฟังเสมอๆ .. วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน .. นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย ่างเดิม หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน อย่าอ้างว่าคุณมีมรรยาท คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง .. อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา…หรือความรู้สึก… สังคม..หรือความสัมพันธ์... อะไรที่เปลี่ยนแปลง คุณ…หรือเขา..หรือใคร.. คุณถามตัวเองหรือเปล่า หรือรอให้ใครถาม รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม เขารู้สึกอย่างไรที่คุณเปลี่ยนไป ระหว่างคุณ.. .. หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้ มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน” ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป ..แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อนคนนั้นของคุณ อาจจะถามตัวเองอยู ่ก็ได้ ว่ามันทำผิดอะไร...กรุณาส่งมันให้กับคนที่คุณคิดว่าคนๆนั้นเป็นเพื่อนของคุณ................เพื่อเพื่อนที่รักคุณจะได้ไม่หายไป
12月19日

คำคน คำคม

สงครามเกิดขึ้นแล้วจบ สหายร่วมรบ คงอยู่ตลอดไป
 
ไม่มีอาวุธชนิดไหน ร้ายไปกว่าคำคน
 
มีคนย่อมมีเงา เต็มใจหรือไม่ก็ไม่อาจปฏิเสฐได้
 
ร่ำสุรา สหายรู้ใจ แม้สิบไห พันชั่งก็ยังมิรู้เมา
 
สูราดี นารีงาม ย่อมเป็นที่ร่ำลือ
 
อย่าให้คนหนึ่งพูดในขณะที่อีกคนไม่ต้องการที่จะฟัง
 
เมื่อท่านตัดสินข้าฯ เหตุผลใดในล้า ก็หาจำเป็นไม่ (By Phoenix 20/1/2549 17:00)
 
รับฟังส่วนรับฟัง เชื่อถือส่วนเชื่อถือ ข้าพเจ้าแม้ไม่อาจไม่สนใจต่อคำพูดของท่าน แต่หากจะให้ข้าพเจ้าเชื่อถือคำพูดท่านทุกคำ ท่านยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ (เมามายพันปี)
 
ความรัก เหมือกหมากล้อม จะทางอ้อม ทางตรงก็คงพ่าย
12月13日

กรำ

สุดที่รักของฉ้าน ตอนนี้เธออยู่ไหน
12月6日

ของขวัญจากในหลวง

 >>>

 1.อย่าทำลายความหวังของใคร ... เพราะอาจเหลืออยู่แค่นั้น.. 

 2.รู้จักฟังให้ดี ... โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆ >>>เท่านั้น... 

 3.จะคิดการใด ... จงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ >>>..แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย... 

 4.หัดทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจนเป้นนิสัย >>>.โดยไม่จำเป้นต้องให้เขารับรู้... 

 5.จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น... 

 6.ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ช่าง... ไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ... 

 7.ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "2" แต่อย่าให้ถึง"3"... 

 8.เราไม่ได้ต่อสู้กับ คนโหดร้าย แต่เราต่อสู้กับ...ความโหดร้าย ในตัวคน... 

 9.เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ... ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน... 

 10.อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม... 

 11.ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น... 

 12.คงไว้ซึ่งความเป้นคนเปิดเผย ..อ่อนโยนและอยากรู้อยากเห็น...

 13.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใดยสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้... 

 14.อย่าวิจารณ์นายจ้าง ... ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ... 

 15.คำนึงถึงการมีชีวิต "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิต "ยืนยาว"...