HATATAI 的个人资料จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน照片日志列表更多 工具 帮助

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน

มีคนย่อมมีเงา สิ่งใดที่ทำไว้ย่อมมีผลที่ตามมาเสมอ จะยินดีหรือไม่ ก็ไม่อาจปฏิเสฐเงาที่เราสร้างขึ้นได้
第 1 张,共 45 张
更多相册 (69)
5月25日

11Apr2009 กัวลาลัมเปอร์

บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยวครั้งใหญ่ เพื่อไปให้ถึง ซึ่งยอดคินาบาลู เป็นการเดินทางออกต่างประเทศครั้งที่2 และใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 10 วัน ตระเวนไปตามรัฐต่าง ๆ ของมาเลเซีย แวะเที่ยวเมืองเทคโนโลยี สิงคโปร์ การเดินทางครั้งนี้เริ่มขึ้นแบบง่าย ๆ จากการคุย MSN และถามกันสั้นๆ "ไปเดินป่าคินาบาลู ไปไหม" "ไป" คำตอบใจง่ายพอๆ กัน แบบไม่สอบถามรายละเอียดอะไรเลย(ผลักภาระให้คนชวนไปจัดการมาเอง) หลังจาก ค่อยๆ ทยอยเก็บเงิน ครั้งละ ไม่กี่พัน ตั้งแต่ปลายปี 2551 เมื่อใกล้ถึงเวลาเดินทาง เราก็มีเงินกองกาง เกือบคนละ 12,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายในการจองที่พัก และการเดินทาง ส่วนเรื่องอาหารการกิน อีกคนละประมาณ 8,000 บาท ให้แลกเงินไปกันเอง เพื่อสะดวกในการใช้จ่าย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย นัดหายการเดินทางวันที่ 10 เมษายน 2552 กลุ่มที่1 มีสมาชิก 4 คนออกเดินทางไปก่อนแล้ว ตอนบ่ายสอง กลุ่มที่2 มีสมาชิก 4 คนออกเดินทาง 17.20 น. เวลาประเทศไทย

เราใช้บริการ Air Asia หลังจากที่ผมลางานครึ่งวันเพื่อมา Check in ให้ทัน (อิจฉาข้าราชการที่ประกาศเป็นวันหยุด) แล้วเรื่องตื่นเต้นก็เกิดขึ้น....หลังจากที่เข้าคิวรออยู่ เกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงคิวเรา check in พอส่งกระดาษที่ print ไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ..... "สักครู่นะค่ะ...ระบบมันช้า" ....สักครู่ให้หลัง "ขอโทษนะค่ะ Server ล่ม รอหน่อยนะค่ะ" ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...ระบบยังใช้งานไม่ได้ "ขอโทษนะค่ะ...ต้องไป check manual ที่ช่องบริการ 2 ค่ะ"...แป่ว....ขึ้นเครื่องครั้งแรกของเจ้าหวาน 5555 แล้วสุดท้ายเราได้ตั๋ว...ซะที ไปถึง KL เราเข้าที่พักกันก่อนเลย...ไปถึงชุดก่อนรออยู่แล้วอะ เก็บของเสร็จออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า ------- 11Apr2009 เช้านี้เราเริ่มกันที่...แวะชมมัดยิส เที่ยวเล่นเครื่องเล่นที่ GENTING ใครชอบอะไรเล่นอะไร ดูในภาพเอานะ และปิดท้ายยามค่ำคืนด้วย การไปถ่ายไฟ KL Tower และ Twin Tower เป็นวันที่ท่องเที่ยวคุ้มจริง ๆ

ภาพเพิ่มเติม

GETING Malasia
Twin tower,KL Tower
1月28日

"ทำไมน้า ทำไม ทำไมถึงไม่เคยมีใครเข้าใจเราเลย"

หนึ่งประโยค ที่หวังให้สักคนบนโลกเข้าใจ

"ทำไมน้า ทำไม ทำไมถึงไม่เคยมีใครเข้าใจเราเลย"

ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไม ในบางครั้ง  ผมก็ต้องเฝ้าถามตัวเอง เหมือนที่เคยได้ยินคนอื่น พูดให้เข้าหู
ดูเหมือนเราก็จะเป็นคนอ่อนไหว ไม่ใช่น้อย
 
จนวันเวลาผ่านไป เรากลับ ได้ยิน  ประโยคนี้ จากคนอื่นที่พูดให้เข้าหูบ้าง แหม คำพูดมันช่าง น้อยใจ เสียนี่กระไร
 
แต่...ไม่ต้องรีบตัดสินไป ผมไม่ได้เห็นใจ เหมือนที่ใครๆ คิดหรอกนะ
เพียงแต่ คิดว่า แล้วคุณ(คนที่ปรารภ)นั่นนะ เข้าใจใครสักคนในโลกบ้างหรือยัง หรือกระทั่งตัวคุณเอง คนก็ยังไม่เข้าใจ
แล้วอย่างนี้ คุณจะหวังให้ใคร มาเข้าใจได้ละ
 
ที่ว่ามาอย่างนี้ใช่ว่าผมไม่เคยเป็น...
แน่นอนคนเราไม่เคยเจอไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้น รู้ไว้ ว่าผมก็เคยเป็น...เช่นกัน
 
จน...ถึงคืนและวัน ที่ผมนั้นให้โอกาส เข้าใจตัวเอง
....อย่า...อย่าเพิ่งชื่นชม การที่คนเราคิดว่าเข้าใจตัวเอง มันไม่ได้เป็นด้านดีทั้ง 100 หรอกนะ มันก็หมิ่นแหม่อยู่ระว่าง รู้จักตัวเอง กับหลงตัวเอง
และ เป็นตัวของตัวเอง กับ บ้า
ซึ่ง ผมบอกได้เลยว่า ผมนั้น บ้า ๑๐๐๐ % ไม่งั้นไม่มา เขียนซะขนาดนี้
 
รำพันก็พอประมาณ  มากไป จะเสียงาน เสียการณ์ ตอนนี้ กลับบ้านนอนก่อนนะ
 
เพ้อเจ้อโดย Phoenix(27-1-2008 9:54 pm ณ บางไทร)
12月28日

ฝากใจไปบ้าน

หลาย หลายปีผ่าน ไม่ได้กลับ้านหัวใจคำหนึ่ง
คล้ายเสียงเพงผ่าน แว่วมาจากบ้านสายลมลำพึง
สู่ใจของของใครคนหนึ่ง ซึ่งจากมาไกลไม่ได้กลับคืน
 
ข่าวคราวนั้นน่าเป็นห่วง  เจ้าดอกยาร่วงถูกใครใส่ฟืน
 
*บินหลาเอ๋ยไม่เคยบินลับบินหาย
รถไฟสายใต้ฝากใจเราไปด้วยเอ่ย
 
**คิดถึงวันเก่า
มาจากวัยเยาว์หัวใจยินดี
นกเขาขันคู เอากลิ่นบูดูสันกาลาคีรี
บ่านนี้เจ้าเป็นอย่างไร ได้หลับบ้านไหมแม่น้ำตานี
ข่าวคราวนั้นน่าเป็นห่วงแม่ดอกยาร่วงถูกใครอุ้มหนี
 
 
*,**
 
ฮารีรายอ ประโน้ม
ปีนี้รื่นเริงเหลยหมาย
เสื้อสีสวย ๆ  เคยใส
หนมโค หนุมไข เคยหรอย
หรือไม่ค่อยหรอยสักเท่าไหร่
ลูกหลานจากไปไม่กลับมา
ตากใบสายน้ำ หนองปลา ออกอวนหล่าย่า ว้าแหว่ใจ
 
(*)
***บินหลาเอ่ย ไม่เคยบินลับ บินหนี
บอกใครเขาที อย่าพรากลูกเราไปเลย
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุซา ปีเต๊ะกุซา
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุซา ปีเต๊ะกุซา
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุฮอ กาเซะกุฮอ
ลัลลัลลั่ลล่า  ปีเต๊ะกุฮอ ปีเต๊ะกุซา
 
(*,***)
 
 
.....
 
 
 
สงขลา.plp_Page10
ด้วยความคิดถึง  พรุ่งนี้จะถึงไปแล้วนะ ปู่ทวดจ๋า ลูกหลานกลับมาแล้ว
 
 
 
12月6日

คบกันเพราะหน้าตา เลิกลาเพราะนิสัย

ปัจจุบัน รู้สึกว่า การคบหนาดูใจกันนั้น จะมาจากหน้าตา หรือที่เรียกกันว่า First Contact นั่นแหละ
ว่าง่าย ๆ คือ เดี๋ยวนี้เรามีการพิจรณาอะไร ด้วยข้อมูลเพียงด้านเดียว และเวลาที่จำกัด
...
...
แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เรียนรู้นิสัย ซึ่งอาจจะเป็น Real Image  แล้วเรารับไม่ได้  ก็ต้องเลิกลากันไป
เช่น คนชอบคำหวาน
มักจะถูกใจหรือประทับใจ คนที่พูดจาน่าฟัง  แล้วก็ทึกทักว่า เค้ารู้สึกพิเศษกับเรา
....เมื่อเวลาผ่านไป
เขาก็ยงคงพูจาภาษาดอกไม้ ให้เราฟัง   แค่เรากลับรับไม่ได้ที่เขาไปใช้กับใครต่อใครอีก ทั้งๆ ที่ เขาก็เป็นอย่างนี้แล
 
หรือ คนที่พูดน้อย
เรารู้สึกพอใจที่เค้าไม่จู้จี้จุกจิกกับชีวิตของเรา
...เมื่อเวลาผ่านไป
เรารู้สึกไม่พอใจ ที่เขาไม่สนใจเรา
เราไม่พอใจ ที่มีอะไรเขาก็ไม่บอกเรา
เราไม่พอใจ ที่เหมือนจะทำอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองเลย
 
อย่างนี้เป็นต้น
ถามว่า มันเป็นเรื่องของหน้าตาทั้งหมดเหรอ......คำตอบคือไม่ใช่
แต่เป็นการใช้ fiest contact ตัดสินคนเร็วเกินไป โดยไม่ได้เข้าใจมากพอ
 
น่าเสียดาย น่าเสียดายอย่างยิ่ง
 
เพ้อเจ้อโดย Phoenix(6 Dec 07)
9月26日

เรื่อง ถ้วยกาแฟ

ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพมีชื่อเสียงในวงสังคมตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่นยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ


เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่าจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ

หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย

เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า

" อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ" บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้

เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า
" ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ "
" สังเกตุกันรึเปล่า.... ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก "
" เป็นเรื่องปกติ...ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต"

" ความจริงวันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการแท้จริงคือกาแฟ ไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย

หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง....การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ "

" ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง....ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต"
 

 
尚未添加列表。

ARUNOTAI HATATAI

尚未添加列表。